Category Archives: Thai

EZVIZ 9c Dual Series คว้ารางวัล BIG Innovation Award 2025 ตอกย้ำมาตรฐานใหม่ของการปกป้องพื้นที่ภายนอกที่ยืดหยุ่น ด้วยประสิทธิภาพกล้องเลนส์คู่และตัวเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ใช้

SINGAPORE, Jan. 20, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — EZVIZ 9c Dual Series ได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะรางวัลอันทรงเกียรติใน BIG Innovation Awards 2025 ซึ่งมอบโดย Business Intelligence Group ในฐานะซีรีส์กล้องภายนอกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของ EZVIZ ซีรีส์ 9c Dual ได้รับรางวัลจากแนวคิดนวัตกรรมที่ “ครอบคลุมและเข้าถึงได้” โดยมอบตัวเลือกผลิตภัณฑ์ที่ยืดหยุ่น ตั้งแต่ความละเอียดที่หลากหลาย ไปจนถึงการกำหนดรูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่ายที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่แตกต่างกัน รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ EZVIZ ในการสร้างระบบความปลอดภัยภายนอกที่ไม่ใช่ “แบบเดียวใช้ได้กับทุกบ้าน” แต่ถูกออกแบบให้ปรับตัวได้ ใช้งานง่าย และพร้อมสำหรับชีวิตจริงในทุกวัน

EZVIZ 9c Dual Series, a distinguished winner of the 2025 BIG Innovation Awards

Big Innovation Awards PR image_1200 × 600

EZVIZ received the 2025 BIG Innovation Awards for its 9c Dual Series, demonstrating its inclusive approach to innovation and user-centric solutions.

BIG Innovation Awards ซึ่งจัดโดย Business Intelligence Group ได้รับความเชื่อถือในฐานะหลักฐานของนวัตกรรมที่พิสูจน์คุณค่าได้จริง ไม่ใช่แค่แนวคิดบนกระดาษ โดยผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะถูกประเมินด้วยเกณฑ์เชิงปฏิบัติ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ผลกระทบ และผลลัพธ์ที่วัดได้ ผ่านคณะกรรมการซึ่งเป็นผู้นำและผู้บริหารธุรกิจที่มีประสบการณ์ สำหรับ EZVIZ การได้รับรางวัลนี้ยืนยันแนวคิด “ผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง” ของซีรีส์ 9c Dual: นวัตกรรมที่มีความหมายที่สุด คือสิ่งที่เหมาะกับผู้คนจริง บ้านจริง และความต้องการในชีวิตประจำวันจริง

“ในด้านความปลอดภัยภายนอก ผู้ใช้มักเจอความน่าหงุดหงิดแบบเดิม ๆ คือผลิตภัณฑ์ที่บังคับให้ต้องยอมแลกสิ่งที่ไม่อยากแลก” ผู้อำนวยการฝ่ายขายของ EZVIZ APAC กล่าวว่า “สำหรับ 9c Dual Series เราตั้งใจลดข้อจำกัดเหล่านั้น เราออกแบบไลน์อัปให้ครอบคลุมมากขึ้นด้วยตัวเลือกที่ยืดหยุ่น เพื่อให้แต่ละครัวเรือนเลือกสิ่งที่เหมาะกับตนเองได้ ผลลัพธ์คือความอุ่นใจที่แท้จริง—ความลังเลน้อยลง การใช้งานติดขัดน้อยลง และมั่นใจมากขึ้นว่าการปกป้องจะอยู่ตรงนั้นเมื่อถึงเวลาสำคัญ”

ด้วยแนวคิด เลนส์คู่ (dual-lens) เป็นหัวใจหลัก EZVIZ 9c Dual Series ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ “มองเห็นได้มากขึ้น” โดยไม่เพิ่มความซับซ้อน เลนส์หนึ่งให้มุมกว้างแบบต่อเนื่องเป็นภาพรวม ขณะที่อีกเลนส์จะซูมและโฟกัสเมื่อมีเหตุการณ์ที่ต้องจับตา ทำให้ผู้ใช้เห็นทั้ง “บริบท” และ “รายละเอียด” ได้พร้อมกัน เลนส์ทั้งสองสามารถทำงานร่วมกันเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวอย่างลื่นไหล และการควบคุมแบบแตะครั้งเดียวช่วยให้สลับมุมมองได้ทันทีเมื่ออยากดูใกล้ขึ้น เพื่อให้เข้าถึงได้กับครัวเรือนมากขึ้น ซีรีส์นี้จึงมีตัวเลือกความละเอียดหลายระดับ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้เลือกความคมชัดที่เหมาะกับบ้าน ความคาดหวัง และพฤติกรรมการรับชมในชีวิตประจำวัน

ที่สำคัญไม่แพ้กัน 9c Dual Series ถูกพัฒนาขึ้นโดยยึดความจริงที่ว่า “ความปลอดภัยที่เชื่อถือได้” ต้องเริ่มจาก “การเชื่อมต่อที่เชื่อถือได้” รุ่นที่รองรับจะมาพร้อมการเชื่อมต่อแบบสองระบบ 4G และ Wi-Fi ที่ออกแบบให้สลับอัตโนมัติเมื่อสภาพเครือข่ายเปลี่ยนไป ช่วยให้การเฝ้าระวังต่อเนื่องแม้ในบ้านที่ Wi-Fi ไม่เสถียร พื้นที่ภายนอกสัญญาณครอบคลุมยาก หรือมีความผันผวนของแบนด์วิดท์ นอกจากนี้ซีรีส์ยังยกระดับการปกป้องในชีวิตประจำวันด้วยการตรวจจับที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการแจ้งเตือนที่ฉลาดขึ้น ช่วยโฟกัสเฉพาะกิจกรรมที่มีความหมายและลดการรบกวนที่ไม่จำเป็น ผลลัพธ์คือประสบการณ์ความปลอดภัยที่ “ไว้ใจได้” และ “ตอบสนองได้ดี” มากขึ้น ทำให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลเมื่อจำเป็นจริง ๆ ด้วยช่องว่างที่น้อยลงและการคาดเดาที่ลดลง

lixiaolan15@ezviz.com

รูปภาพประกอบของการแถลงนี้สามารถรับชมได้ที่: https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/a3b6fbae-fed5-4786-90a2-4ec79f437e32

GlobeNewswire Distribution ID 9628017

CGTN: จีนและแคนาดาส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างมั่นคง แน่นแฟ้น และยั่งยืนภายใต้สถานการณ์ใหม่อย่างไร

CGTN ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการพบปะระหว่างประธานาธิบดี Xi Jinping ของจีน กับนายกรัฐมนตรี Mark Carney ของแคนาดา บทความซึ่งมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี ระบุว่าทั้งสองประเทศมีแนวโน้มความร่วมมือในวงกว้าง และได้สำรวจว่าจีนและแคนาดามุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างมั่นคง แน่นแฟ้น และยั่งยืนภายใต้สถานการณ์ใหม่อย่างไร

ปักกิ่ง, Jan. 18, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — เมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทจากแคนาดารวมทั้งสิ้น 125 แห่งได้เข้าร่วมงานมหกรรมแสดงสินค้านำเข้านานาชาติของจีน ครั้งที่ 8 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้านำเข้าระดับชาติแห่งแรกของโลก จัดขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้ ทางตะวันออกของจีน นับเป็นสถิติการเข้าร่วมของบริษัทแคนาดาที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกันและความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย จีนและแคนาดามีแนวโน้มความร่วมมือในวงกว้างในสาขาต่าง ๆ เช่น การค้า พลังงาน เกษตรกรรมและป่าไม้ เทคโนโลยีสีเขียว และการท่องเที่ยว

ระหว่างการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรี Mark Carney แห่งแคนาดา ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศได้ลงนามในเอกสารความร่วมมือหลายฉบับ ครอบคลุมด้านการค้า ศุลกากร พลังงาน การก่อสร้าง วัฒนธรรม และความมั่นคงสาธารณะ โดยให้คำมั่นที่จะกระชับความร่วมมือในหลากหลายสาขาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน

เมื่อวันศุกร์ ประธานาธิบดี Xi Jinping ของจีน ได้พบหารือกับ Carney ที่กรุงปักกิ่ง โดยเน้นย้ำว่าการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-แคนาดาอย่างมีสุขภาพดีและมีเสถียรภาพนั้น สอดคล้องกับผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ และยังเอื้อต่อสันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรืองของโลก

การส่งเสริมความสัมพันธ์จีน-แคนาดาที่มีสุขภาพดี มีเสถียรภาพ และยั่งยืน

ระหว่างการประชุม นาย Xi ได้เรียกร้องให้จีนและแคนาดาเดินหน้าสร้างหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รูปแบบใหม่ ด้วยความรับผิดชอบต่อประวัติศาสตร์ ต่อประชาชน และต่อโลก

จากความพยายามร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ความสัมพันธ์จีน-แคนาดาได้แสดงให้เห็นถึงแรงส่งเชิงบวกในการฟื้นตัวและการปรับปรุงให้ดีขึ้น นับตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

ในเดือนตุลาคม 2025 ผู้นำของทั้งสองประเทศได้พบหารือกันนอกรอบการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ครั้งที่ 32 ที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะกลับมาแลกเปลี่ยนและขยายความร่วมมือในหลากหลายสาขา ส่งเสริมการแก้ไขประเด็นทางเศรษฐกิจและการค้าเฉพาะด้านที่เป็นความกังวลร่วมกัน และร่วมกันผลักดันการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์จีน-แคนาดา

การพบปะดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรี Li Qiang ของจีน กับนาย Carney ในโอกาสการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อหนึ่งเดือนก่อนหน้า และตามมาด้วยการเยือนจีนของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของแคนาดา รวมถึงรัฐมนตรีต่างประเทศ

ในฐานะท่าทีแห่งไมตรีจิต จีนได้กลับมาเปิดให้บริการทัวร์แบบกลุ่มสำหรับพลเมืองจีนที่เดินทางไปแคนาดาผ่านบริษัทท่องเที่ยวอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และเสริมสร้างความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างประชาชนของทั้งสองชาติ

โดยชี้ว่าจีนและแคนาดามีผลประโยชน์ร่วมและโอกาสร่วมกันอย่างกว้างขวาง นาย Carney กล่าวว่าแคนาดายินดีที่จะทำงานร่วมกับจีนเพื่อสร้างหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รูปแบบใหม่ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน เพื่อมอบประโยชน์ที่มากยิ่งขึ้นแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ

หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาร่วมกันและความร่วมมือ

นาย Xi ได้เสนอข้อริเริ่มสี่ประการเกี่ยวกับความสัมพันธ์จีน-แคนาดา โดยระบุว่าทั้งสองประเทศควรเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนาร่วมกันและความร่วมมือบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกันและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

นาย Xi เน้นย้ำว่า แก่นแท้ของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับแคนาดาคือผลประโยชน์ร่วมกันและความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย โดยทั้งสองประเทศล้วนได้รับประโยชน์จากความร่วมมือดังกล่าว พร้อมเสริมว่าการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงและการเปิดประเทศในระดับสูงของจีนจะยังคงสร้างโอกาสใหม่ ๆ และขยายพื้นที่ความร่วมมือระหว่างจีนกับแคนาดาต่อไป

ในเชิงเศรษฐกิจ จีนและแคนาดายังคงมีความเกื้อหนุนซึ่งกันและกันอย่างลึกซึ้ง จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับสองของแคนาดามาอย่างยาวนาน เป็นแหล่งนำเข้าอันดับสอง และเป็นตลาดส่งออกอันดับสองของแคนาดา

แคนาดาส่งออกผลิตภัณฑ์ด้านพลังงาน สินค้าเกษตร แร่ธาตุ และเยื่อไม้ ขณะที่จีนจัดหาเครื่องจักร สินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และวัตถุดิบอุตสาหกรรมขั้นกลางที่มีความจำเป็นต่อภาคการผลิตของแคนาดา

แคนาดามีความได้เปรียบทางเทคโนโลยีในสาขาต่าง ๆ เช่น พลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวการผลิต และเทคโนโลยีการเกษตร ซึ่งสอดคล้องอย่างใกล้ชิดกับความต้องการในการยกระดับอุตสาหกรรมของจีน รูปแบบ “เทคโนโลยี + ตลาด” กำลังก่อตัวขึ้นเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ของความร่วมมือระหว่างจีนและแคนาดา

ในแถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่ภายหลังการพบหารือของผู้นำทั้งสองประเทศ จีนและแคนาดาได้แสดงความมุ่งมั่นในการขยายการค้าทวิภาคี เสริมสร้างการลงทุนสองทาง และกระชับความร่วมมือในหลากหลายสาขาที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน

ทั้งสองฝ่ายยืนยันถึงความสำคัญของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นธรรมและเปิดกว้างสำหรับภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ และให้คำมั่นที่จะจัดการกับประเด็นทางเศรษฐกิจและการค้าที่เป็นข้อกังวลร่วมกันผ่านการปรึกษาหารืออย่างสร้างสรรค์ รวมถึงผ่านการฟื้นฟูคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและการค้าร่วมจีน-แคนาดา

นาย Xi เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายเพิ่มความพยายามในการส่งเสริมความร่วมมือและลดรายการเชิงลบ เพื่อเสริมสร้างสายสัมพันธ์ของผลประโยชน์ร่วมกันผ่านความร่วมมือที่ลึกซึ้งและกว้างขวางยิ่งขึ้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดคลิก:
https://news.cgtn.com/news/2026-01-16/How-China-Canada-promote-steady-solid-development-of-bilateral-ties-1JYU4eePiBW/p.html

ข้อมูลการติดต่อ: CGTN
cgtn@cgtn.com

GlobeNewswire Distribution ID 9627603

GeekyAnts ประกาศหัวข้อพิเศษสำหรับ Expo โดยมีผู้ร่วมก่อตั้ง Sanket Sahu มาพูดคุยเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานการพัฒนาในเบราว์เซอร์

ซานฟรานซิสโก, Jan. 16, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — เมื่อเร็ว ๆ นี้ Sanket Sahu ผู้ร่วมก่อตั้ง GeekyAnts และผู้สร้าง Gluestack ได้แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกซึ่งได้รับการเผยแพร่ในสื่อสิ่งพิมพ์เชิงเทคนิคของ Expo

บทความเด่นเรื่อง ‘How I built a dev server entirely in the browser’ (เบื้องหลังการสร้างเซิร์ฟเวอร์สำหรับนักพัฒนาที่ทำงานได้ทั้งหมดภายในเบราว์เซอร์) นำเสนอการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมแบบเนทีฟบนเบราว์เซอร์ครั้งบุกเบิกที่ GeekyAnts พัฒนาขึ้น เพื่อขับเคลื่อนอนาคตของสภาพแวดล้อมการพัฒนา

ด้วยการมุ่งเน้นไปที่ความต้องการที่ซับซ้อนขององค์กรและการนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ GeekyAnts จึงยังคงอยู่ในแถวหน้าของการปรับปรุงระบบเดิมให้ทันสมัยอยู่เสมอ หัวข้อนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบนเบราว์เซอร์ของเรายังคงเป็นตัวกำหนดมาตรฐานให้กับระบบนิเวศรีแอ็กต์เนทีฟ (React Native) อย่างต่อเนื่อง

ดูบทความเชิงเทคนิคฉบับเต็ม ซึ่งอธิบายการเปลี่ยนผ่านด้านสถาปัตยกรรมสู่การอัปเดตตัวอย่างที่ต่ำกว่า 100 มิลลิวินาที และเวิร์กโฟลว์การพัฒนาที่ใช้ AI ช่วยเสริมได้โดยตรงบนบล็อกของ Expo:

[ลิงก์ไปยังบทความ Expo].

ข้อมูลติดต่อ

GeekyAnts Inc.
315 Montgomery Street, 9th & 10th Floors
San Francisco, CA 94104, USA
+1 845 534 6825
info@geekyants.com
www.geekyants.com/en-us

GlobeNewswire Distribution ID 9627004

การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านการเล่นและประสบการณ์จริงที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในเกาหลีจึงพร้อมก้าวสู่การขยายตลาดในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน

보도자료 1 이미지

K-FUN SCIENCE

YONGIN-SI, South Korea, Jan. 15, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — บริษัท LUDENEDU จำกัดสั่งสมประสบการณ์กว่า 20 ปีในแวดวงการศึกษาปฐมวัยของประเทศเกาหลี เติบโตเคียงข้างเด็กๆในห้องเรียนจริงมาอย่างต่อเนื่องจนเกิดความเชื่อมั่นว่า เด็กจะเรียนรู้และมีพัฒนาการได้ดีที่สุด ‘เมื่อได้ลงมือเรียนรู้จากประสบการณ์จริง’มากกว่า ‘การเรียนรู้จากการสอน’ เพียงอย่างเดียว

บริษัท LUDENEDU จำกัด มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในแวดวงการศึกษาปฐมวัยของประเทศเกาหลี

จากการทำงานร่วมกับเด็กในห้องเรียนจริงมาอย่างต่อเนื่อง
จนค้นพบว่าเด็กมีพัฒนาการที่ลึกซึ้งที่สุดเมื่อได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง มากกว่าการเรียนรู้จากการสอนเพียงอย่างเดียว

จากความเชื่อมั่นดังกล่าวจึงได้รวบรวมองค์ความรู้และประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ผ่านการเล่นและประสบการณ์จริง ตามแนวทางเกาหลีที่สั่งสมมากว่า 20 ปีจนได้พัฒนาเป็นK-FUN SCIENCE (Fun Science) และมีกำหนดจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2026 สู่ตลาดโรงเรียนอนุบาลในประเทศไทย

วงการการศึกษาระดับอนุบาลของประเทศไทยในปัจจุบันกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนที่สำคัญแม้ว่าการจัดการเรียนรู้จะยังคงยึดตามแนวคิดการเรียนรู้ผ่านการเล่นเป็นหลัก แต่ความต้องการด้านการเรียนรู้แบบ STEAM,การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาอังกฤษ และกิจกรรมในรูปแบบโปรเจกต์หรือการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์กลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะกลุ่มโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนหลักสูตร EP (English Program) ที่มีความต้องการเป็นอย่างมากใน “การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษ” และเน้นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ลงมือสร้างผลงานและนำเสนอผลลัพธ์ด้วยตนเอง

อย่างไรก็ตามจุดเริ่มต้นของ K-FUN SCIENCE เริ่มมาจาก “รูปแบบการเรียนรู้ที่ยากต่อการเตรียมการสอนของครู” ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง K-FUN SCIENCE เป็นโปรแกรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เชิงประสบการณ์แบบครบวงจร ที่ออกแบบกระบวนการเรียนรู้แบบ ‘การเล่น – การสืบค้น – การสังเกต – การทดลอง’ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้ฝึกตั้งคำถาม สัมผัส และลองทำด้วยตัวเอง

– โปรแกรมที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านการเล่นและการสืบค้นตามแนวทางเกาหลีซึ่งผ่านการพิสูจน์แล้วในโรงเรียนปฐมวัยที่เกาหลีมากว่า 20 ปี
– ครูเจ้าของภาษาสามารถนำ K-FUN SCIENCE ไปประยุกต์ใช้ในห้องเรียนวิทยาศาสตร์ภาษาอังกฤษได้ทันทีโดยการเชื่อมโยงการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ การ STEAM และการบูรณาการเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
– ทุกกิจกรรมการเรียนรู้จบลงด้วยผลงานที่เด็กลงมือประดิษฐ์ด้วยตัวเองถือเป็นการเรียนรู้ที่เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน

K-FUN SCIENCE ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยอย่างเป็นทางการและวางแผนกลยุทธ์ระยะยาว ไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในตอนนี้ ครูเจ้าของภาษาในโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนหลักสูตร EP ได้นำหลักสูตรไปใช้ในชั้นเรียนวิทยาศาสตร์ภาษาอังกฤษ พร้อมได้รับความพึงพอใจในระดับสูง ทั้งด้านความแข็งแรงของอุปกรณ์การเรียน ความหลากหลายของโครงสร้างบทเรียน และผลงานที่เด็กสร้างสรรค์

คอนเทนต์การศึกษาที่ผ่านการพิสูจน์แล้วในประเทศเกาหลีได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการแข่งขันในประเทศไทย ซึ่งเราพร้อมก้าวสู่การขยายตลาดในระดับอาเซียน K-FUN SCIENCE มุ่งหวังให้วิทยาศาสตร์เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกสำหรับเด็ก,เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เห็นผลลัพธ์สำหรับสถานศึกษาและเป็นแบรนด์การศึกษาจากเกาหลีที่สร้างความน่าเชื่อถือได้ในตลาดการศึกษา นี่คือเรื่องการเดินทางตลอด 20 ปีของบริษัทLUDENEDU จำกัดที่เริ่มต้นขึ้นในประเทศไทยและกำลังก้าวสู่ภูมิภาคอาเซียน

รูปภาพประกอบของการแถลงนี้สามารถรับชมได้ที่: https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/ac3a6237-4a0c-4952-88c1-bf8dad5b2cec

Media contact : Lee Won Jae, 070-7011-3611. leewj1330@goldocean.co.kr

GlobeNewswire Distribution ID 9626288

ดัชนีระบบนิเวศผู้ประกอบการดิจิทัลระดับโลกเผยให้เห็นช่องว่างที่ชัดเจนระหว่างความพร้อมด้านดิจิทัลและศักยภาพในการขยายธุรกิจ

DEE Index ระดับโลกฉบับใหม่ชี้ให้เห็นว่า โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพียงอย่างเดียวไม่สามารถขับเคลื่อนความสำเร็จของผู้ประกอบการได้อีกต่อไป

Report Cover Digital Entrepreneurship Ecosystem Index

Report Cover Digital Entrepreneurship Ecosystem Index

 

เวียนนา, Jan. 15, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Vienna Institute for Global Studies (VIGS) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยสหวิทยาการอิสระที่ตั้งอยู่ในเวียนนา ได้เผยแพร่รายงานดัชนีระบบนิเวศผู้ประกอบการดิจิทัลระดับโลกประจำปี 2026 ซึ่งนำเสนอหนึ่งในการประเมินภาพรวมที่ครอบคลุมมากที่สุดจนถึงปัจจุบัน ว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลส่งผลต่อผลลัพธ์ด้านการเป็นผู้ประกอบการและเศรษฐกิจใน 170 ประเทศทั่วโลกอย่างไร

ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในภูมิทัศน์นวัตกรรมระดับโลก แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การเชื่อมต่อ และทักษะดิจิทัลขั้นพื้นฐานจะขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลก แต่ความสามารถของแต่ละประเทศในการเปลี่ยนรากฐานเหล่านี้ให้เป็นกิจกรรมผู้ประกอบการที่สามารถขยายตัวได้ยังคงไม่เท่าเทียมกัน ส่งผลให้ช่องว่างระหว่างความพร้อมด้านดิจิทัลกับผลกระทบทางเศรษฐกิจยิ่งกว้างขึ้น

DEE Index ซึ่งครอบคลุมช่วงปี 2017 ถึง 2022 วัดปฏิสัมพันธ์เชิงระบบระหว่างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล แพลตฟอร์ม สถาบัน และศักยภาพเชิงผู้ประกอบการ รายงานดังกล่าวระบุว่า แม้ขีดความสามารถด้านดิจิทัลระดับโลกจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด แต่การขยายตัวของธุรกิจสตาร์ทอัพ การเข้าถึงเงินทุนร่วมลงทุน และการพาณิชย์นวัตกรรมยังคงล่าช้าตามหลังอยู่ ดังนั้น การขยายตัวของผู้ประกอบการจึงกลายเป็นปัญหาคอขวดในเชิงโครงสร้างหลักของเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก

ประเทศที่มีรายได้สูง เช่น สหรัฐอเมริกา เดนมาร์ก และสหราชอาณาจักร อยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก โดยได้รับประโยชน์จากระบบนิเวศที่สมดุล ซึ่งผสานสถาบันที่แข็งแกร่ง ตลาดทุนที่กว้างขวาง และแพลตฟอร์มดิจิทัลพัฒนาเต็มที่เข้าด้วยกัน ขณะเดียวกัน หลายภูมิภาคที่กำลังพัฒนา ซึ่งรวมถึงแอฟริกาใต้สะฮาราและเอเชียกลาง ก็มีอัตราการเติบโตสัมพัทธ์เร็วที่สุด โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อและทักษะทางดิจิทัล

“เรากำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนของเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก” ศาสตราจารย์ ดร. Zoltán Ács ผู้อำนวยการ Vienna Institute for Global Studies กล่าว “การเข้าถึงทางดิจิทัลไม่ใช่ข้อจำกัดหลักอีกต่อไป ความท้าทายที่แท้จริงคือการส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายธุรกิจ การเงิน และการประสานงานเชิงสถาบัน เพื่อที่ความพร้อมทางดิจิทัลจะสามารถเปลี่ยนเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้”

รายงานฉบับนี้เรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน และผู้นำระบบนิเวศ หันความสนใจจากการขยายการเข้าถึง ไปสู่การเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุนร่วมลงทุน ความสามารถของผู้ประกอบการ และระบบนิเวศนวัตกรรมบนแพลตฟอร์ม หากไม่มีมาตรการแทรกแซงที่เจาะจงเป้าหมาย ช่องว่างระหว่างขีดความสามารถทางดิจิทัลและผลกระทบเชิงผู้ประกอบการมีแนวโน้มที่จะกว้างขึ้นอีก

ดูรายงานฉบับเต็มของ ดัชนีระบบนิเวศผู้ประกอบการดิจิทัล รายงานระดับโลก (Digital Entrepreneurship Ecosystem Index – Global Report) ได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Vienna Institute for Global Studies (VIGS)

VIGS เป็นสถาบันวิจัยอิสระแบบสหวิทยาการ เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศผู้ประกอบการ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ภูมิรัฐศาสตร์ และความเป็นอยู่ที่ดี VIGS จัดทำข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อสนับสนุนนโยบายที่อ้างอิงหลักฐานเชิงประจักษ์และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ทั่วโลก

ติดต่อ
Naomi Besedes
vigs@vigsinstitute.at
+436648463928

สามารถดูภาพถ่ายที่ใช้ประกอบการประกาศนี้ได้ที่ http://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/c767208d-2682-41a7-8689-8b50f295740d

GlobeNewswire Distribution ID 1001159093

พลังของ K-Edu ที่ได้รับการพิสูจน์ในสถานศึกษาจริง, กรณีศึกษาการนำ K-FUN SCIENCE ที่มีศักยภาพการแข่งขันในระดับนานาชาติไปใช้ในหลักสูตร EP ของ Anvida School

K-FUN SCIENCE

보도자료 2 이미지 (모자이크완료) v2

K-FUN SCIENCE

YONGIN-SI, South Korea, Jan. 15, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — มุมมองเกี่ยวกับการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัยและประถมศึกษาจากเกาหลีในตลาดการศึกษาของประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเดิมที่เน้นเพียงการนำคอนเทนต์การศึกษาจากต่างประเทศเข้ามาใช้ แต่ปัจจุบันโปรแกรม K-Edu ที่ผ่านการพิสูจน์ผลลัพธ์ทางการศึกษาแล้วของเกาหลีกำลังได้รับการยอมรับในฐานะโซลูชันสำคัญที่ช่วยยกระดับ คุณภาพการศึกษาในบริบทท้องถิ่นอย่างแท้จริง และ K-FUN SCIENCE เป็นหนึ่งในโปรแกรมที่อยู่ใจกลางของกระแสนี้

K-FUN SCIENCEเป็นโปรแกรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานองค์ความรู้ด้านการศึกษาปฐมวัยของเกาหลีที่ได้สั่งสมประสบการณ์มากว่า 20 ปีโดยออกแบบหลักสูตรที่มีกระบวนการเรียนรู้ผ่านการเล่นและการเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เน้นกระบวนการสืบค้น การสังเกต และการทดลองซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้เห็น สัมผัส และลงมือทดลองด้วยตัวเอง โดยจะช่วยให้เด็กเข้าใจแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ จึงทำให้ได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็วจากสถานศึกษาไทย โดยเฉพาะในกลุ่มโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนหลักสูตร EP (English Program)

สำหรับการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษโดยครูเจ้าของภาษาในโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนหลักสูตร EP นั้นมีเกณฑ์สำคัญได้แก่▲โครงสร้างบทเรียนที่ครูสามารถเข้าใจได้ง่ายและนำไปใช้ได้ทันที ▲ระดับการมีส่วนร่วมของเด็กระหว่างเรียน ▲การมีผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ชัดเจนหลังจบชั้นเรียน ซึ่งผู้เกี่ยวข้องในแวดวงการศึกษาได้สะท้อนให้เห็นว่า K-FUN SCIENCE สามารถตอบโจทย์ทั้งสามประการนี้ได้อย่างครบถ้วน

คู่มือการสอนซึ่งครูเจ้าของภาษาสามารถนำไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องปรับหรือออกแบบใหม่โดยเน้นกระบวนการเรียนรู้ผ่านการทดลองการสืบค้น และมีผลงานเป็นรูปธรรมชัดเจนหลังเรียนเสร็จซึ่งได้รับการประเมินในระดับสูงจากสถานศึกษา

อีกหนึ่งปัจจัยที่ได้รับความสนใจอย่างมากนั่นคือ ความสมบูรณ์ของชุดอุปกรณ์และวัสดุการเรียนการสอนด้วยการเลือกใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทาน เน้นการใช้งานซ้ำได้อย่างต่อเนื่องรวมถึงออกแบบให้ปลอดภัยต่อมือเด็ก แต่ยังคงให้ผลการทดลองที่ชัดเจนพร้อมโครงสร้างแบบโมดูลที่สามารถปรับใช้ได้กับเด็กหลากหลายช่วงวัยจึงทำให้ช่วยลดภาระการเตรียมการสอนของครู และมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความน่าเชื่อถือทางการศึกษาของโรงเรียนอีกด้วย

โครงการ EP ของ Anvida School เป็นกรณีตัวอย่างที่สะท้อนภาพของกระแสนี้ได้อย่างชัดเจนซึ่งหลังจากที่โรงเรียนได้นำ K-FUN SCIENCE มาใช้ในการเรียนการสอนนั้น ทำให้เด็กๆ มีความสนใจและตั้งใจเรียนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกัน ความกังวลของครูต่อการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษก็ลดลงอย่างมาก

ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาประเมินว่า กรณีศึกษานี้ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จของโรงเรียนแห่งใดแห่งหนึ่งเท่านั้นแต่สะท้อนถึงศักยภาพในระดับที่กว้างกว่า ด้วยคอนเทนต์ที่ผ่านการพิสูจน์มาอย่างยาวนานในสถานศึกษาเกาหลีโครงสร้างการเรียนรู้ที่เน้นการเล่นและประสบการณ์เป็นศูนย์กลางควบคู่กับความลุ่มลึกทางการศึกษา รวมถึงความสามารถในการขยายผลสู่กลุ่มโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนหลักสูตร EP ล้วนเป็นตัวชี้วัดสำคัญด้านศักยภาพในการแข่งขันของ K-Edu ในตลาดการศึกษาเอเชีย ซึ่งการเข้าสู่ตลาดการศึกษาในประเทศไทยของ K-FUN SCIENCE ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพดังกล่าว ขณะที่เวทีของ K-Edu ได้ก้าวข้ามขอบเขตประเทศ และมุ่งสู่ตลาดการศึกษานานาชาติที่กว้างไกลยิ่งขึ้น

รูปภาพประกอบของการแถลงนี้สามารถรับชมได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/d8ef41a2-c0dd-48ba-99a1-b4a63588848e


Media contact:
Lee Won Jae
070-7011-3611
leewj1330@goldocean.co.kr

GlobeNewswire Distribution ID 9626176

1X เผยการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ครั้งสำคัญใน AI หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์: NEO เริ่มเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง

พาโลอัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย, Jan. 13, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — 1X มีความยินดีประกาศเปิดตัว 1X World Model ใหม่ ซึ่งเป็นการอัปเดต AI ครั้งสำคัญสำหรับ NEO นับเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของวงการหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 1X World Model ใหม่นี้ช่วยให้ NEO สามารถแปลงคำสั่งหรือคำขอใด ๆ ให้กลายเป็นความสามารถด้าน AI ได้ตามต้องการ โดยอาศัยโมเดลวิดีโอที่ยึดโยงกับฟิสิกส์ของโลกจริง นี่ถือเป็นก้าวสำคัญครั้งแรกสู่อนาคตที่หุ่นยนต์สามารถสอนตัวเองให้ทำทุกสิ่งที่มนุษย์ทำได้

ด้วยการอัปเดตนี้ NEO ใช้ประโยชน์จากข้อมูลวิดีโอระดับอินเทอร์เน็ตที่ผ่านการปรับจูนด้วยข้อมูลจากหุ่นยนต์ เพื่อปฏิบัติงานด้าน AI ได้แม้กับวัตถุและสภาพแวดล้อมที่ไม่เคยพบมาก่อน แนวทางนี้ช่วยเชื่อมโยงวงจรระหว่างปัญญาดิจิทัลและความเป็นจริงทางกายภาพ ทำให้ NEO สามารถต่อยอดองค์ความรู้มหาศาลของมนุษยชาติที่บันทึกไว้ในรูปแบบวิดีโอได้

“หลังจากใช้เวลาหลายปีในการพัฒนา World Model ของเรา และออกแบบ NEO ให้ใกล้เคียงมนุษย์มากที่สุด ขณะนี้ NEO สามารถเรียนรู้จากวิดีโอระดับอินเทอร์เน็ต และนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้กับโลกจริงได้โดยตรง ด้วยความสามารถในการแปลงคำสั่งใด ๆ ให้กลายเป็นการกระทำใหม่ได้ – แม้โดยไม่ต้องมีตัวอย่างมาก่อน – สิ่งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของศักยภาพที่ NEO จะสามารถสอนตัวเองให้เชี่ยวชาญแทบทุกสิ่งที่คุณนึกจะสั่งได้”

– Bernt Børnich ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง 1X

1X World Model เปลี่ยนทุกคำสั่งให้เป็นการกระทำอัตโนมัติ
ด้วยการอัปเดตนี้ ผู้ใช้สามารถให้คำสั่งแก่ NEO ด้วยเสียงหรือข้อความง่าย ๆ และ NEO จะใช้สิ่งที่กำลังมองเห็นอยู่เพื่อสร้างภาพจำลองของการกระทำในอนาคต จากนั้นโมเดลอินเวิร์สไดนามิกส์ที่ฝังอยู่ในระบบจะถอดความภาพเหล่านี้ออกมาเป็นการเคลื่อนไหวที่แม่นยำ เพื่อให้ NEO ปฏิบัติตามคำสั่งได้สำเร็จ

“ด้วย 1X World Model คุณสามารถเปลี่ยนทุกคำสั่งให้กลายเป็นการกระทำของหุ่นยนต์ที่ทำงานได้อย่างอิสระเต็มรูปแบบ – แม้จะเป็นงานหรือวัตถุที่ NEO ไม่เคยพบมาก่อนก็ตาม”

– Daniel Ho นักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI), 1X

การสาธิตในวิดีโอล่าสุดของ 1X แสดงให้เห็นถึงความสามารถของ NEO ในการสรุปและประยุกต์ใช้ความรู้ได้เกินกว่าข้อมูลที่ใช้ฝึกฝน สำหรับคำสั่งง่าย ๆ เช่น การจัดกล่องอาหารกลางวัน NEO สามารถสร้างภาพจำลองและลงมือปฏิบัติได้อย่างลื่นไหล แม้จะเป็นวัตถุที่ไม่คุ้นเคยก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้น NEO ยังสามารถจัดการงานใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อนอย่างสิ้นเชิง เช่น การเปิด-ปิดฝารองนั่งชักโครก การเปิดประตูบานเลื่อน การรีดเสื้อ การหวีผมให้มนุษย์ และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยไม่ต้องมีตัวอย่างมาก่อนในชุดข้อมูลของตนเอง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ของมนุษย์ในวงกว้างผ่าน World Model

กลไกขับเคลื่อนไปสู่หุ่นยนต์ที่เรียนรู้ด้วยตนเอง
ในขณะที่โมเดล AI แบบดั้งเดิมสำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ต้องพึ่งพาข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยมนุษย์ผู้ควบคุม แต่โมเดล 1X World Model ช่วยให้ NEO สามารถเก็บข้อมูลของตนเองและเชี่ยวชาญความสามารถใหม่ ๆ ได้โดยอัตโนมัติ การเปลี่ยนแปลงเชิงกระบวนทัศน์นี้เปิดประตูให้หุ่นยนต์สามารถสอนตัวเองได้แทบทุกอย่าง พร้อมเร่งเส้นทางสู่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อเนกประสงค์ที่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องจากประสบการณ์

ความสามารถของ Humanoid AI ที่ขยายตัวควบคู่ไปกับโมเดลวิดีโอ
ในอดีต การพัฒนาความสามารถของ AI สำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มักติดข้อจำกัดจากความเร็วในการเก็บข้อมูลหุ่นยนต์โดยมนุษย์ผู้ควบคุม แต่ 1X World Model ไม่เพียงพัฒนาตนเองจากการที่ NEO เก็บข้อมูลของตัวเองเท่านั้น หากยังได้รับประโยชน์จากความก้าวหน้าของโมเดลวิดีโอ เนื่องจาก World Model ใช้โมเดลวิดีโอเป็นแกนหลัก

ประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงและคาดเดาไม่ได้
โมเดลแบบดั้งเดิมมักประสบปัญหาในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของแสง ความรก หรือความโกลาหลที่พบได้ทั่วไปภายในบ้าน 1X World Model นำความเข้าใจในลักษณะใกล้เคียงมนุษย์มาใช้ในการนำทางท่ามกลางความแปรปรวนสูง โดยยังคงความมั่นคงแม้สภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว NEO สามารถสร้างและดำเนินการได้ในสถานการณ์นับไม่ถ้วนแล้ว ซึ่งนับเป็นการพัฒนาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในแวดวงหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ 1X World Model
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมบล็อกของเรา หรือรับชมวิดีโอสาธิตได้ที่นี่

ราคาและการวางจำหน่าย
NEO วางจำหน่ายผ่านร้านค้าออนไลน์ของ 1X [1x.tech/order] และมีให้เลือก 3 สี (สีแทน สีเทา และสีน้ำตาลเข้ม) ลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ NEO รุ่นแรก ๆ สามารถซื้อสิทธิ์ Early Access ในราคา 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมสิทธิ์การจัดส่งก่อนใครในปี 2026 นอกจากนี้ จะมีรูปแบบการสมัครสมาชิกในราคา 499 ดอลลาร์สหรัฐ/เดือนอีกด้วย

เกี่ยวกับ 1X
1X เป็นบริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา โดยพัฒนา NEO – หุ่นยนต์สำหรับใช้ในบ้าน พันธกิจของ 1X คือการสร้างอนาคตที่อุดมสมบูรณ์ผ่านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ปลอดภัยและชาญฉลาด

ติดต่อด้านสื่อ:
Kendall Pennington
หัวหน้าฝ่ายการสื่อสาร 1X
อีเมล: press@1x.tech

ดูรูปภาพประกอบประกาศนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/fe3770cd-6f5f-4bbc-a0ff-31e6d46e04ec

GlobeNewswire Distribution ID 9624574

Bruder Consulting & Venture Group จะเข้ามาเป็นแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟูของ Dark Horse Consulting

เมืองวอลนัต ครีก รัฐแคลิฟอร์เนีย และนิวยอร์ก, Jan. 10, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Dark Horse Consulting Group (“DHCG” หรือ “กลุ่มบริษัท”) ผู้นำด้านการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์และปฏิบัติการด้านชีวบำบัด ยินดีที่จะประกาศถึงการเข้าซื้อกิจการ Bruder Consulting & Venture Group (“Bruder” หรือ “BCVG”) บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และที่ปรึกษาทางธุรกิจซึ่งมีเครือข่ายระดับโลกในวงการเทคโนโลยีชีวภาพและชีวเภสัชภัณฑ์ โดยเป็นที่รู้จักจากความเชี่ยวชาญด้านการค้นพบ การพัฒนา การออกแบบการทดลองทางคลินิก ตลอดจนกระบวนการขออนุมัติตามกฎระเบียบของผลิตภัณฑ์ชีวภาพ อุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์ผสมผสานในตลาดศัลยกรรมกระดูก การดูแลบาดแผล และศัลยกรรมตกแต่งและฟื้นฟู ตอนนี้ BCVG เข้ามาเป็นแผนกหนึ่งของ Dark Horse Consulting (DHC) ซึ่งรู้จักกันในชื่อเวชศาสตร์ฟื้นฟู DHC

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างความมุ่งมั่นของ DHCG ที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง เพื่อเร่งการพัฒนาและการทำให้ผลิตภัณฑ์ยาชีววัตถุออกสู่ตลาดจริง โดยการสร้างระบบนิเวศของบริการให้คำปรึกษาที่เป็นแบบบูรณาการ การได้ BCVG เข้ามาเสริมทัพจะช่วยขยายขีดความสามารถที่หลากหลายของกลุ่มบริษัท ซึ่งต่อยอดมาจากการขยายเชิงกลยุทธ์เมื่อเร็ว ๆ นี้กับ BioTechLogic และ Converge Consulting เพื่อให้ครอบคลุมถึงเวชศาสตร์ฟื้นฟู การซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และวัสดุชีวภาพ เครือข่ายระดับโลกของ Bruder สอดคล้องกันอย่างลงตัวกับตำแหน่งของ DHCG ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาระดับโลกที่บูรณาการอย่างครบวงจร

“การต้อนรับ Bruder เข้าสู่ครอบครัว Dark Horse ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูของเรา ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในช่วงการเติบโตทางกลยุทธ์ของเรา” ดร. Anthony Davies ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Dark Horse Consulting Group กล่าว “ประสบการณ์อันลึกซึ้งของ BCVG ในด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูจะช่วยเสริมความเชี่ยวชาญร่วมกันของเรา อีกทั้งจะเร่งศักยภาพในการส่งมอบโซลูชันที่ครอบคลุมแก่นักพัฒนาและนักลงทุน ซึ่งจะช่วยผลักดันการรักษาต่าง ๆ ให้ก้าวหน้าขึ้นและเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วยทั่วโลก”

ดร. Scott P. Bruder นายแพทย์ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ BCVG กล่าวเพิ่มเติมว่า “การผนึกกำลังกับ DHCG ทำให้เราสามารถขยายขอบเขตความเชี่ยวชาญที่ทีมหลักและที่ปรึกษาของเราสามารถมอบให้ได้ ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสให้กว้างขึ้นเพื่อสนับสนุนพันธมิตรลูกค้าในทุกขั้นตอนของกระบวนการพัฒนา” นอกจากนี้ ความเชี่ยวชาญของเราในด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูจะเพิ่มมูลค่าและบริการเสริมที่ครอบคลุมยิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าปัจจุบันของกลุ่มบริษัท”

Goodwin Procter LLP และ Edgemont Partners เป็นตัวแทนของ BCVG ในการทำธุรกรรมครั้งนี้ โดยมี Fenwick & West LLP เป็นตัวแทนของ DHCG

เกี่ยวกับ Dark Horse Consulting Group

Dark Horse Consulting Group องค์กรให้คำปรึกษาระดับโลกซึ่งมีสำนักงานในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งการพัฒนาและการส่งมอบการบำบัดด้วยเซลล์และยีน ผ่านความเชี่ยวชาญที่ไม่มีใครเทียบได้ นับตั้งแต่ก่อตั้ง จุดมุ่งเน้นของกลุ่มบริษัทได้ขยายออกไปอย่างมาก ปัจจุบันนี้ ความเชี่ยวชาญเชิงลึกของทีมที่ปรึกษาครอบคลุมตั้งแต่ด้านกลยุทธ์ การดำเนินงาน คุณภาพ กิจการกำกับดูแล การผลิต การสร้างแบบจำลอง ซัพพลายเชน การเปิดตัวออกสู่ตลาด ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจทั่วทั้งอุตสาหกรรมชีวเภสัชกรรม การให้บริการลูกค้าระดับพรีเมียมของ DHCG มีพื้นฐานมาจากความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์และเทคนิคที่เข้มงวดและพิถีพิถัน ในการสนับสนุนลูกค้าตั้งแต่ขั้นตอนการค้นพบเบื้องต้น ไปจนถึงการเปิดตัวสู่ตลาด กลุ่มบริษัทประกอบด้วยธุรกิจสามหน่วย ได้แก่ DHC, BioTechLogic และ Converge Consulting โดยมี BCVG เข้ามาเป็นแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟูภายใต้การดูแลของ DHC

เกี่ยวกับ Bruder Consulting & Venture Group

Bruder Consulting & Venture Group เป็นบริษัทที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์แบบครบวงจร มีความเชี่ยวชาญในการค้นพบ การพัฒนา การออกแบบการทดลองทางคลินิก ตลอดจนกระบวนการขออนุมัติตามกฎระเบียบจากหน่วยงานกำกับดูแลสำหรับผลิตภัณฑ์ชีวภาพ อุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์ผสมผสานในตลาดศัลยกรรมกระดูก การดูแลบาดแผล และศัลยกรรมตกแต่งและฟื้นฟู ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผู้เชี่ยวชาญของ BCVG ได้ดำเนินโครงการจนสำเร็จมากกว่า 900 โครงการให้กับบริษัทกว่า 150 แห่งทั่วโลก และเป็นผู้นำหรือให้การสนับสนุนธุรกรรมด้านการออกใบอนุญาต การควบรวมกิจการ และการเข้าซื้อกิจการมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ

ติดต่อสอบถามด้านสื่อ:

contactus@darkhorseconsultinggroup.com

+1 408-326-0303 ต่อ 209

GlobeNewswire Distribution ID 9623321

Attindas Hygiene Partners ขยายตำแหน่งในตลาดยุโรปด้วยการเข้าซื้อกิจการครั้งสำคัญ

ราลี นอร์ทแคโรไลนา, Jan. 10, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) —  วันนี้ Attindas Hygiene Partners บรรลุกลยุทธ์การเติบโตที่สำคัญไปอีกขั้นด้วยการเข้าซื้อกิจการ Società Italiana Lavorazione Cellulosa (SILC S.p.A.) Attindas ได้ทำข้อตกลงการซื้อขายหุ้นกับ SILC โดยการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของธุรกิจครอบครัวที่ดำเนินกิจการมาเป็นเวลากว่า 53 ปี

SILC S.p.A. ให้บริการลูกค้าทั่วภูมิภาคยุโรปด้วยผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัยและการดูแลผิวที่มีคุณภาพสูงและมีคุณสมบัติในการดูดซับสูง ซึ่งผลิตจากโรงงานของบริษัทที่ตั้งอยู่ห่างจากเมืองมิลานไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 22 ไมล์ ในเมืองเทรสโกเรเครมาสโก ฐานลูกค้าของ SILC ช่วยเสริมความศักยภาพให้กับสถานะการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอยู่แล้วของ Attindas ในตอนเหนือและตอนใต้ของยุโรป และเปิดโอกาสใหม่ ๆ ไปสู่การให้บริการทั้งในตลาดยุโรปและตลาดส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“วาระเชิงกลยุทธ์ของ Attindas มุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัยที่จำเป็นในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป วันนี้ เราได้ผลักดันการเติบโตให้เร็วขึ้นด้วยการต้อนรับ SILC เข้าสู่ Attindas Hygiene Partners” Esther Berrozpe ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Attindas กล่าว “ด้วยพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ตลาดที่ให้บริการ ชื่อเสียง รวมถึงค่านิยมหลักของบริษัท SILC จึงตอบโจทย์อย่างยิ่งกับเป้าหมายการเติบโตของเรา”

ลูกค้า ซัพพลายเออร์ และพันธมิตรทางธุรกิจอื่น ๆ ของ SILC จะยังคงสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ ในระหว่างที่บริษัทค่อย ๆ บูรณาการเข้ากับ Attindas Hygiene Partners ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า

Attindas Hygiene Partners

Attindas Hygiene Partners มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองราลี รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา โดยเป็นการรวมกลุ่มบริษัทที่ประกอบด้วย Attends Healthcare Products, Associated Hygienic Products และ HDIS ในอเมริกาเหนือ รวมถึง Laboratorios Indas และ Attends Healthcare AB ในยุโรป Attindas ให้บริการออกแบบ ผลิต และทำการตลาดผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัยชนิดดูดซับ สำหรับตลาดในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ยุโรป และตลาดส่งออกทั่วโลก ธุรกิจหลักของบริษัทครอบคลุมผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใหญ่ที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่และผ้าอ้อมเด็ก โดยจำหน่ายผ่านช่องทางค้าปลีกและการจำหน่ายตรงถึงผู้บริโภค รวมถึงการผลิตภายใต้แบรนด์ของผู้ค้าปลีกและแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักของบริษัทเอง ได้แก่ Attends, Incopack, Indasec, Chelino, Comfees และ Reassure เรียนรู้เพิ่มเติมที่ www.attindas.com

S.I.L.C. – Società Italiana Lavorazione Cellulosa 

บริษัท SILC ซึ่งตั้งอยู่ที่ Trescore Cremasco (CR – อิตาลี) ออกแบบ ผลิต และทำการตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใหญ่ที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ แผ่นอนามัยสำหรับสตรี ผ้าอ้อมเด็ก เครื่องสำอางสำหรับการดูแลส่วนบุคคล และผลิตภัณฑ์สุขอนามัยสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ผ่านช่องทางค้าปลีก ร้านขายยา และสถาบันต่าง ๆ เช่น บ้านพักคนชราและโรงพยาบาลเป็นหลัก รวมถึงการขายตรงแก่ผู้บริโภคและการส่งออกไปยังกว่า 20 ประเทศทั่วโลก นอกเหนือจากสินค้าที่ผลิตโดยบริษัทและจำหน่ายภายใต้แบรนด์อื่นจำนวนมากแล้ว บริษัทยังเป็นเจ้าของแบรนด์ต่าง ๆ หลายแบรนด์ (Soffisof, Laurella, Assorbello และ BeautyCase) อีกทั้งยังถือแบรนด์ลิขสิทธิ์ (Trudi Baby Care) อีกด้วย เรียนรู้เพิ่มเติมที่ https://silc.it

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:
Michael DiMauro
Attindas Hygiene Partners
michael.dimauro@attindas.com
4141 Parklake Ave, Raleigh, NC 27617

GlobeNewswire Distribution ID 9623265

Synchronoss จัดแสดงแพลตฟอร์มคลาวด์ส่วนบุคคลที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้นและแรงเหวี่ยงจาก Capsyl และนำเสนอตัวอย่างผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน CES 2026

การพัฒนาขีดความสามารถของระบบคลาวด์ส่วนบุคคลสำหรับผู้ให้บริการและผู้บริโภค

บริดจ์วอเตอร์ รัฐนิวเจอร์ซีย์, Jan. 07, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Synchronoss Technologies, Inc. (“Synchronoss”) (NASDAQ: SNCR) ผู้นำระดับโลกและผู้ริเริ่มด้านโซลูชันคลาวด์ส่วนบุคคล ประกาศในวันนี้เกี่ยวกับการขยายขีดความสามารถของแพลตฟอร์ม Synchronoss Personal Cloud ที่ให้บริการภายใต้แบรนด์ของลูกค้า ณ งาน CES 2026 ในลาสเวกัส นอกจากนี้ บริษัทยังเน้นย้ำถึงความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของ Capsyl ซึ่งเป็นโซลูชันคลาวด์ส่วนบุคคลแบบครบวงจร และได้นำเสนอตัวอย่างประสบการณ์ดิจิทัลใหม่ที่เน้นกิจกรรม โดยให้ความสำคัญกับช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกันและการมีส่วนร่วมของกลุ่ม

การพัฒนาความสามารถของแพลตฟอร์มคลาวด์ส่วนบุคคล Synchronoss

ในงาน CES บริษัท Synchronoss ได้จัดแสดงพัฒนาการใหม่ๆ ของแพลตฟอร์มคลาวด์ส่วนบุคคลที่ให้บริการภายใต้แบรนด์ของลูกค้า ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการและแบรนด์ต่างๆ สามารถให้บริการคลาวด์ที่ปลอดภัย ปรับขนาดได้ และแตกต่างไม่เหมือนใคร การอัปเดตเหล่านี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการจัดการเนื้อหาหลัก การสำรองข้อมูลและการซิงค์ข้ามอุปกรณ์ และระบบอัจฉริยะบนคลาวด์ พร้อมทั้งเปิดตัวการควบคุมความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยที่ได้รับการปรับปรุง เช่น โฟลเดอร์ที่ล็อกไว้สำหรับจัดเก็บเนื้อหาที่ละเอียดอ่อน การปรับสิทธิ์การเข้าถึงและการแชร์แบบละเอียด และความสามารถในการสแกนเอกสารแบบบูรณาการเพื่อจัดเก็บเอกสารทางกายภาพอย่างปลอดภัย

แรงเหวี่ยงจาก Capsyl และการขยายตลาด

นอกจากนี้ Synchronoss ยังเน้นย้ำถึงความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของ Capsyl ซึ่งเป็นโซลูชันคลาวด์ส่วนบุคคลแบบโฮสต์และมีการจัดการอย่างเต็มรูปแบบ ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานอย่างรวดเร็วโดยผู้ให้บริการและแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภค Capsyl มอบความสามารถด้านคลาวด์ส่วนบุคคลระดับพรีเมียมที่พร้อมใช้งานได้ทันที รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลจากอุปกรณ์ต่างๆ ระบบคัดสรรความทรงจำ และเครื่องมือจัดการเนื้อหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ใช้งานง่ายมาก

ในโอกาสครบรอบ 1 ปีหลังจากการเปิดตัวสู่ตลาดอย่างประสบความสำเร็จ Capsyl กำลังขยายขอบเขตการให้บริการจากเดิมที่เน้นอุปกรณ์พกพา เพื่อให้รองรับประเภทการเข้าถึงอื่นๆ มากขึ้น และกรณีการใช้งานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค รวมถึงบรอดแบนด์แบบประจำที่และความสามารถด้านความปลอดภัยแบบครบวงจร การขยายตลาดนี้จะมอบประสบการณ์การใช้งานให้กับครัวเรือนจำนวนมากขึ้นและประเภทอุปกรณ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น และสะท้อนให้เห็นความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับบริการคลาวด์แบบครบวงจรที่ผสานรวมคุณสมบัติระดับพรีเมียม การปรับให้เข้ากับท้องถิ่น และการออกสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว

การนำเสนอตัวอย่างแอปประสบการณ์กลุ่มแบบใหม่ที่เน้นกิจกรรม

นอกเหนือจากการอัปเดตแพลตฟอร์มและความก้าวหน้าทางการค้าแล้ว Synchronoss ยังนำเสนอตัวอย่างเบื้องต้นของแนวคิดใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบคลาวด์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับกิจกรรมและประสบการณ์กลุ่ม แนวคิดนี้สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มคลาวด์ Synchronoss โดยนำเสนอพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์เฉพาะสำหรับแต่ละกิจกรรม ซึ่งรวบรวมรูปภาพ วิดีโอ และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องไว้ในที่เดียว ทำให้ผู้คนสามารถมีส่วนร่วม เข้าถึง และย้อนกลับไปดูเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว งานเฉลิมฉลอง งานกิจกรรมสด หรือกิจกรรมกลุ่มต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย

ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำประสบการณ์นี้ไปจำหน่ายให้กับผู้บริโภคโดยตรง รวมถึงการจัดจำหน่ายหรือการบูรณาการในอนาคตผ่านพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ การนำเสนอตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าคลาวด์ส่วนบุคคลสามารถพัฒนาไปไกลกว่าการจัดเก็บข้อมูลแบบคงที่ เพื่อรองรับวิธีการที่ผู้คนบันทึก จัดระเบียบ และจดจำประสบการณ์ร่วมกันได้ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็รักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวได้อย่างแน่นหนา

“สำหรับงาน CES ในปีนี้ เราได้แสดงให้เห็นว่า Synchronoss ยังคงเสริมสร้างรากฐานของแพลตฟอร์มคลาวด์ของเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขยายขอบเขตการใช้งานและมอบประสบการณ์ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น” Jeff Miller ประธานและซีอีโอของ Synchronoss Technologies กล่าว “เรามุ่งเน้นที่จะช่วยเหลือพันธมิตรของเราในการส่งมอบบริการที่น่าเชื่อถือและมีความหมายแก่ลูกค้าของพวกเขา ตั้งแต่การยกระดับความปลอดภัยและระบบอัจฉริยะทั่วทั้งแพลตฟอร์ม ไปจนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของโซลูชัน Capsyl ของเรา และการนำเสนอตัวอย่างวิธีการใหม่ๆ ที่ระบบคลาวด์สามารถรองรับการแชร์ประสบการณ์ได้”

เกี่ยวกับ Synchronoss

Synchronoss Technologies (Nasdaq: SNCR) คือผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันระบบคลาวด์ส่วนบุคคลที่เสริมศักยภาพให้แก่ผู้ให้บริการในการสร้างการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยและมีความหมายให้กับผู้ใช้บริการ แพลตฟอร์มคลาวด์ SaaS ของเราช่วยลดความซับซ้อนของขั้นตอนการเริ่มใช้บริการ และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้ใช้บริการโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเรียนรู้ของเครื่อง และคุณสมบัติขั้นสูงอื่นๆ ซึ่งส่งผลให้มีกระแสรายได้เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายลดน้อยลง และเวลาในการออกสู่ตลาดที่เร็วขึ้น ผู้ใช้บริการหลายล้านคนไว้วางใจ Synchronoss ในการปกป้องความทรงจำอันล้ำค่าและเนื้อหาดิจิทัลที่สำคัญของพวกเขา ค้นพบว่าโซลูชันที่เน้นระบบคลาวด์ของเราจะพลิกโฉมวิธีการเชื่อมต่อกับโลกดิจิทัลของคุณได้อย่างไรที่ www.synchronoss.com

ติดต่อฝ่ายสื่อสัมพันธ์:
Domenick Cilea
Springboard
dcilea@springboardpr.com

ติดต่อฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์:
Ryan Gardella
ICR INC.
ryan.gardella@icrinc.com

GlobeNewswire Distribution ID 9621299